ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
สมัครสมาชิกคลับ!! | กฏกติกามารยาท | กฏระเบียบห้องซื้อขาย-ร้านค้า
**ท่านใดพบปัญหาการสมัครสมาชิกด้วยสมาร์ทโฟน แนะนำให้สมัครสมาชิกโดยใช้เครื่องคอมพิวเตอร์ก่อน จากนั้นค่อยใช้สมาร์ทโฟนล๊อกอินเล่นตามปกติ**
สั่งซื้อสติ๊กเกอร์คลับ ที่นี่ << NAVARA CLUB THAILAND >> สั่งซื้อเสื้อคลับ ที่นี่
ช่องทางสำรองในการติดต่อสื่อสาร เฟสกลุ่ม อย่าลืมแอ๊ดกันไว้ด้วยนะครับ >> http://www.facebook.com/groups/NavaraClubThailand/

ผู้เขียน หัวข้อ: เรื่องของน้ำมันเครื่องที่หลายคนอยากรู้..  (อ่าน 10705 ครั้ง)

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

ออฟไลน์ มาเฟียหน้าหวาน

  • สมาชิก 30 ไมล์
  • ****
  • สมาชิก ID: 6422
  • กระทู้: 31
  • พลังน้ำใจ : 0
  • เพศ: ชาย
  • จังหวัด: กรุงเทพมหานคร
  • ชื่อเล่น: กริช
    • ดูรายละเอียด
    • รางวัลและกิจกรรม

ยอดเยี่ยมที่สุด  :emo_051:

ออฟไลน์ DHON

  • No.172
  • สมาชิก 1000 ไมล์
  • **********
  • สมาชิก ID: 3827
  • กระทู้: 1265
  • พลังน้ำใจ : 17
  • เพศ: ชาย
  • จังหวัด: กรุงเทพมหานคร
  • ชื่อเล่น: ดล
  • "พวกเราใจเดียวกัน NP300 & D40"
    • ดูรายละเอียด
    • รางวัลและกิจกรรม
 :emo_051: :emo_051:
บ้านหลังใหญ่ : www.NavaraClubThailand.com
แฟนเพจ : www.fb.com/NavaraClubThailand
เฟสกลุ่ม : www.fb.com/groups/NavaraClubThailand
สติ๊กเกอร์คลับ : http://www.navaraclubthailand.com/index.php/topic,1613.html

ออฟไลน์ Bhundit

  • No.179
  • สมาชิก 200 ไมล์
  • *******
  • สมาชิก ID: 5838
  • กระทู้: 222
  • พลังน้ำใจ : 1
  • เพศ: ชาย
  • จังหวัด: ปทุมธานี
  • ชื่อเล่น: เอส
    • ดูรายละเอียด
    • รางวัลและกิจกรรม
 :emo_051: :emo_051: :emo_051:

ออฟไลน์ garadriel

  • สมาชิก 100 ไมล์
  • ******
  • สมาชิก ID: 8396
  • กระทู้: 185
  • พลังน้ำใจ : 3
  • เพศ: ชาย
  • จังหวัด: สุพรรณบุรี
  • ชื่อเล่น: บอล
  • มหาสมุทรไม่เคยอวดว่ากว้าง..ท้องฟ้าไม่เคยอ้างว่าสูง
    • ดูรายละเอียด
    • รางวัลและกิจกรรม
 :emo_051: :emo_051:
ขอบคุณมากครับได้ความรู้มากมาย

ออฟไลน์ poppo44

  • No.316
  • สมาชิก 300 ไมล์
  • ********
  • สมาชิก ID: 155
  • กระทู้: 361
  • พลังน้ำใจ : 3
  • เพศ: ชาย
  • จังหวัด: แม่ฮ่องสอน
  • ชื่อเล่น: poppo44
  • รถ: ยังไม่ระบุ
  • สีรถ: ยังไม่ระบุ
  • รักธรรมชาติครับ
    • ดูรายละเอียด
    • รางวัลและกิจกรรม
 :emo_051: :emo_051: ดีครับ มีความรู้ ครับ  :'( :'( :'(

ออฟไลน์ สุรชัย

  • No.469
  • สมาชิก 100 ไมล์
  • ******
  • สมาชิก ID: 8702
  • กระทู้: 117
  • พลังน้ำใจ : 0
  • เพศ: ชาย
  • จังหวัด: นครปฐม
  • ชื่อเล่น: สุรชัย
    • ดูรายละเอียด
    • รางวัลและกิจกรรม
ขอบคุณมากครับ :emo_090: :emo_090: :emo_090:

ออฟไลน์ poppo44

  • No.316
  • สมาชิก 300 ไมล์
  • ********
  • สมาชิก ID: 155
  • กระทู้: 361
  • พลังน้ำใจ : 3
  • เพศ: ชาย
  • จังหวัด: แม่ฮ่องสอน
  • ชื่อเล่น: poppo44
  • รถ: ยังไม่ระบุ
  • สีรถ: ยังไม่ระบุ
  • รักธรรมชาติครับ
    • ดูรายละเอียด
    • รางวัลและกิจกรรม
....วันนี้เราได้นำเกร็ดความรู้เกี่ยวกับน้ำมันเครื่องมาฝากกัน น้ำมันเครื่อง หรือ Engine Lubricant ถือเป็นสารหล่อลื่นที่สำคัญที่สุดอีกอย่างหนึ่งในกระบวนการทำงานของเครื่องยนต์ ซึ่งแน่นอนว่าผู้ใช้รถเกือบจะทุกคนคงเคยผ่านการถ่ายน้ำมันเครื่องให้กับรถของตัวเองมาบ้าง แล้วเคยสงสัยมั้ยว่าน้ำมันเครื่องที่มีอยู่มากมายในท้องตลาดมันต่างกันอย่างไรและแบบไหนที่เหมาะกับรถของคุณกันแน่
    ก่อนอื่นเราต้องแบ่งแยกประเภทของน้ำมันเครื่องกันให้ได้ก่อน ซึ่งโดยทั่วไปแล้วจะแบ่งออกเป็น 3 ชนิด หรือจะเรียกว่า 3 เกรด
   ชนิดแรกคือ “น้ำมันเครื่องเกรดเดี่ยว” หรือแบบพื้นฐาน ซึ่งจะมีค่าความหนืดที่เหมาะสมกับอุณหภูมิเดียวตามฉลากบนแกลอน เช่น SAE 50 หรือ SAE40 ซึ่งหมายความว่าน้ำมันเครื่องชนิดนี้จะปกป้องเครื่องยนต์ได้ดีที่สุด ที่อุณหภูมิ 50 หรือ 40 องศา ตามที่ระบุไว้ ซึ่งแบบนี้จะเหมาะกับรถรุ่นเก่าๆ ที่ใช้รอบเครื่องยนต์ต่ำๆ หรือประเทศเขตร้อนอย่างบ้านเรา ข้อดีคือราคาถูก แต่ไม่เป็นที่นิยมเพราะอายุการใช้งานสั้น
    แบบที่ 2 คือน้ำมันเครื่องเกรดรวมหรือ Multi Grad น้ำมันเครื่องชนิดนี้เป็นน้ำมันเครื่องที่สามารถเปลี่ยนแปลงค่าความหนืดได้ เช่น ในอุณหภูมิสูงก็จะมีความใส พออุณหภูมิต่ำลงก็ยังสามารถคงความข้นใสเอาไว้ได้ เพื่อให้เหมาะสมกับการเลือกใช้ในทุกอุณหภูมิของเครื่องยนต์ สังเกตุง่ายๆ คือจะระบุค่าความหนีดมาให้ 2 ตัว โดยมีตัวอักษร W คั่นกลาง เช่น SAE 20W50 หรือ API 15W40 เป็นต้น ซึ่งปัจจุบันเป็นแบบที่นิยมใช้มากที่สุด หาซื้อได้ทั่วไป นิยมใช้กับรถรุ่นใหม่
   ชนิดสุดท้ายคือ “น้ำมันเครื่องสังเคราะห์” หรือ “Synthetic” คือ น้ำมันเครื่องที่ผลิตจากน้ำมันแร่ ซึ่งได้จากกระบวนการทางปิโตรเลี่ยม เพื่อให้มีคุณสมบัติพิเศษกว่าน้ำมันแร่ทั่วไป เช่น ความคงทนต่อการทำปฏิกิริยากับออกซิเจนในอากาศ อายุการเปลี่ยนถ่ายและการใช้งานนานขึ้น มีอัตราการระเหยต่ำลดปัญหาการสิ้นเปลืองหล่อลื่น รวมถึงแบบ กึ่งสังเคราะห์ (Semi-Synthetic) ที่ผลิตจากการนำน้ำมันแร่มาผสมกับน้ำมันพื้นฐานสังเคราะห์เพื่อเสริมคุณสมบัติให้ดีขึ้นกว่าน้ำมันเครื่องทั่วไป และมีราคาถูกกว่าน้ำมันเครื่องสังเคราะห์
   ส่วนเจ้าอักษรย่อหน้าค่าความหนืด นั้นคือตัวย่อของสถาบันที่ทำการทดสอบและรับรองคุณภาพของน้ำมันเครื่อง ซึ่งหลักๆแล้วจะมีอยู่ 3 สถาบัน คือ
1. API หรือ AMERICAN PETROLEUM INSTITUTE ซึ่งเป็นสถาบันที่ทำหน้าที่ค้นคว้าวิจัยและวางมาตราฐานเกี่ยวกับน้ำมันต่างๆของประเทศอเมริกา
2. SAE หรือ SOCIETY OF AUTOMOTIVE ENGINEERS อันนี้คือสมาคมที่ค้นคว้าวิจัยและวางหลักเกณฑ์มาตราฐานต่างๆ เกี่ยวกับรถยนต์ต่างๆของประเทศอเมริกา
3. ASTM หรือ AMERICAN SOCIETY FOR TESTING AND MATERIALS ซึ่งเป็นสมาคมที่ทำหน้าที่เกี่ยวกับการทดสอบวัตถุต่างๆของอเมริกา ซึ่งแบบนี้มีให้เห็นมากนัก
    คราวนี้ก็มาทำความเข้าใจกับตัวเลขและตัวอักษรที่เหลือว่ามันคืออะไร ซึ่งตรงนี้ควรใส่ใจเป็นพิเศษเพราะมันมีผลต่อสมรรถนะของเครื่องยนต์ และมีตัวเลขให้เลือกอยู่หลายชุดยก ตัวอย่างเช่น 0W-40, 5W-40, 10W-40, 5W-50 ซึ่งตัวเลขพวกนี้มันคือ ค่าความหนืด หรือ Viscosity ของน้ำมันเครื่อง
หรือที่ศัพท์เทคนิคเรียกว่า “ค่าความต้านทานการไหล” หรือความข้นเหนียวโดยธรรมชาติที่จะแปรผันตามอุณหภูมิ เช่น เมื่อได้รับความร้อนน้ำมันจะใส และ เมื่อได้รับความเย็นน้ำมันจะข้น
โดยแบ่งออกเป็น 2 กลุ่มคือ น้ำมันเครื่องที่ใช้ในฤดูหนาวและน้ำมันเครื่องที่ใช้ในฤดูร้อน โดยที่เบอร์ความหนืดของน้ำมันเครื่องในกลุ่มฤดูหนาว จะมีตัว W ซึ่งย่อมาจาก Winter ต่อท้าย ซึ่งวัดค่าความหนืดที่อุณหภูมิ -30 C ถึง – 5 C ส่วนประเภทนำ้มันเครื่องกลุ่มฤดูร้อนจะวัดค่าความหนืดที่ 100 C ได้แก่ SAE 20,30,40,50 และ 60 เบอร์ที่น้อยจะใสและเบอร์ที่มากกว่าข้นกว่า
จากนั้นมาดูว่าอันไหนเป็นน้ำมันเครื่องสำหรับดีเซลหรือเบนซิน โดยสังเกตุจาก มาตรฐาน API ซึ่งถ้าเป็นน้ำมันเครื่องสำหรับเครื่องยนต์เบนซินจะมีตัวอักษร S หรือ (Service Stations Classifications) เช่น API-SG , API-SM และ API-SN เป็นต้น แต่ถ้าเป็นน้ำมันเครื่องสำหรับเครื่องยนต์ดีเซล จะใช้อักษร C หรือ (COMMERCIAL SERVICE-COMPRESSION IGNITION) เช่น CD , CE หรือ CF4
ส่วนน้ำเครื่องที่ใช้ได้กับเครื่องยนต์ทั้ง 2 ประเภท นั้นจะมีตัวอักษรกำกับอยู่ 2 ส่วน เช่น API SN/CF หมายถึงน้ำมันเครื่องสำหรับเครื่องยนต์เบนซินมาตรฐาน SH และสามารถใช้กับเครื่องยนต์ดีเซลได้ด้วยเพราะผ่านมาตรฐาน CF แต่เหมาะสำหรับเครื่องยนต์เบนซินมากกว่าสังเกตุไม่ยากคือค่าอะไรขึ้นก่อนแสดงว่าเหมาะกับเครื่องยนต์ประเภทนั้น
   ทีนี้มาถึงวิธีการเลือกน้ำมันเครื่อง ที่ในบ้านเรานั้นมีเบอร์น้ำมันเครื่องที่เหมาะสมอยู่หลายเบอร์ด้วยกันแต่ที่นิยมใช้กันมากได้แก่เบอร์ SAE 15W/40 และ 20W/50 ซึ่งถ้าจะเลือกใช้เบอร์ที่ต่างไปจากนี้ก็ไม่มีปัญหาอะไรแต่ขอให้เลือกเบอร์ความหนืดในช่วงฤดูร้อนหรือเลขตัวหลังที่เป็นเบอร์ 30 ขึ้นไปเพื่อให้ทนกับสภาพอากาศร้อนๆในบ้านเรา
แต่โดยหลักๆและคุณควรเลือกน้ำมันเครื่องที่มีความหนืดที่เหมาะสมกับสภาพของเครื่องยนต์ และสภาพการใช้งานของคุณ เช่น หากรถของท่านเป็นรถใหม่ ก็ควรเลือกใช้น้ำมันเครื่องที่มีเบอร์ความหนืดใส จะช่วยในการประหยัดเชื้อเพลิงมากขึ้น เช่น SAE 10W-30 เป็นต้น แต่หากรถของท่านเป็นรถเก่า มีอาการกินน้ำมันเครื่อง ก็ควรเลือกใช้น้ำมันเครื่องที่มีเบอร์ความหนืดที่ข้นมากขึ้น เพื่อช่วยลดปัญหาการกินน้ำมันเครื่อง เช่น SAE 20W-50 เป็นต้น หรือจะให้ชัวร์ก็ควรที่จะเลือกใช้น้ำมันเครื่องตามมาตรฐานที่คู่มือกำหนดหรือไม่ก็เลือกเกรดสูงกว่า เพราะการใช้น้ำมันเครื่องที่เหมาะสมจะช่วยยืดอายุการใช้งานของเครื่องยนต์ได้อีกนานแสนนาน อ้อเมื่อเลือกกันถูกแล้วก็อย่าลืมเปลี่ยนถ่ายตามกำหนดด้วยนะครับ...จบแล้ว :emo_107: :) :emo_108:

 :emo_051: :emo_051: :emo_051: ขอบคุรครับที่ให้ความรู้เรื่องน้ำมันเครื่อง  :'( :'( :'(

ออฟไลน์ OathIMP

  • สมาชิกใหม่
  • สมาชิก ID: 10577
  • กระทู้: 3
  • พลังน้ำใจ : 0
  • เพศ: ชาย
  • จังหวัด: กรุงเทพ
  • ชื่อเล่น: โอ๊ต
    • ดูรายละเอียด
    • รางวัลและกิจกรรม
 :emo_051: