ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
สมัครสมาชิกคลับ!! | กฏกติกามารยาท | กฏระเบียบห้องซื้อขาย-ร้านค้า
**ท่านใดพบปัญหาการสมัครสมาชิกด้วยสมาร์ทโฟน แนะนำให้สมัครสมาชิกโดยใช้เครื่องคอมพิวเตอร์ก่อน จากนั้นค่อยใช้สมาร์ทโฟนล๊อกอินเล่นตามปกติ**
สั่งซื้อสติ๊กเกอร์คลับ ที่นี่ << NAVARA CLUB THAILAND >> สั่งซื้อเสื้อคลับ ที่นี่
ช่องทางสำรองในการติดต่อสื่อสาร เฟสกลุ่ม อย่าลืมแอ๊ดกันไว้ด้วยนะครับ >> http://www.facebook.com/groups/NavaraClubThailand/

ผู้เขียน หัวข้อ: หัวเทียนบอดทำอย่างไร? ทำความรู้จักหัวเทียนรถยนต์แต่ละประเภท  (อ่าน 637 ครั้ง)

0 สมาชิก และ 2 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

ออฟไลน์ tawann8

  • สมาชิก 50 ไมล์
  • *****
  • เจ้าของกระทู้
  • สมาชิก ID: 16526
  • กระทู้: 59
  • พลังน้ำใจ : 0
  • เพศ: ชาย
  • จังหวัด: ไทย
  • ชื่อเล่น: อาม
    • ดูรายละเอียด
    • รางวัลและกิจกรรม
 Share 
หัวเทียนบอด เป็นประโยคที่คุ้นหูสำหรับผู้ขับขี่รถยนต์ที่ต้องคอยระแวดระวังและดูแลรักษา “หัวเทียน” อุปกรณ์ในระบบจุดระเบิดของเครื่องยนต์ซึ่งหัวเทียนแต่ละประเภทได้ถูกออกแบบมาให้ใช้กับเครื่องยนต์ที่แตกต่างกัน วันนี้จะพาคุณไปรู้จักกับการทำงานของ “หัวเทียน” และวิธีแก้ไขเมื่อพบปัญหาเครื่องยนต์สตาร์ตไม่ติดจากหัวเทียนบอด
 

ทำความรู้จัก “หัวเทียน” และประเภทของหัวเทียนรถยนต์
การเลือกใช้หัวเทียนให้เหมาะสมกับเครื่องยนต์ของรถจะช่วยให้เครื่องยนต์สามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ เป็นผลให้มีแรงม้ามาให้ใช้งานได้อย่างต่อเนื่อง ประหยัดน้ำมัน และยังช่วยให้อัตราสึกหรอลดลงได้อีกด้วย โครงสร้างหลักของหัวเทียนจะประกอบด้วย ขั้วหัวเทียน (Terminal) ซึ่งจะถูกต่อเข้ากับคอยล์จุดระเบิดและแกนกลางของหัวเทียนลงมายังขั้วแกนกลาง (Center Electrode) โดยกระแสไฟฟ้าจะวิ่งผ่านจากขั้วหัวเทียนลงมายังขั้วแกนกลางและกระโดดข้ามไปยังเขี้ยวหัวเทียน (Side Electrode) และในจังหวะที่กระแสไฟฟ้ากระโดดนี่เอง ที่จะทำให้เกิดเป็นประกายไฟเพื่อเริ่มต้นการจุดระเบิดของส่วนผสมภายในห้องเผาไหม้

หัวเทียนที่มีจำหน่ายในท้องตลาดทุกวันนี้ สามารถแบ่งประเภทของวัสดุที่ใช้ทำขั้วแกนกลาง (Center Electrode) และเขี้ยวหัวเทียน (Side Electrode) ออกได้เป็น 3 ประเภท ได้แก่

1. หัวเทียนนิกเกิล (Nickel) เหมาะกับรถยนต์ที่ใช้เครื่องยนต์รุ่นเก่าโดยอาศัยกำลังไฟในการจุดระเบิดต่ำ ปัจจุบัน มีการนำเอานิกเกิลมาผสมกับธาตุอื่นๆ เพื่อเพิ่มความทนทานให้กับขั้วหัวเทียน ช่วยยืดอายุการใช้งานของหัวเทียนนิกเกิลได้ ทำให้สามารถพบเห็นหัวเทียนนิกเกิลในตลาดอย่างแพร่หลายมากขึ้น

2. หัวเทียนแพลตทินัม (Platinum) มีอุณหภูมิการทำงานที่สูงกว่าหัวเทียนนิกเกิล ซึ่งทำให้มีเขม่าที่ขั้วหัวเทียนน้อยกว่า (เพราะว่าเขม่าถูกเผาไปหมด) จึงเป็นหัวเทียนที่มีอายุการใช้งานที่ยาวนาน และได้รับความนิยมอย่างแพร่หลายในปัจจุบัน

3. หัวเทียนอิริเดียม (Iridium) ถูกพัฒนาขึ้นเพื่อตอบโจทย์เครื่องยนต์กำลังอัดสูง และมีความทนทานมากกว่าหัวเทียนแพลตทินัมถึง 25 เปอร์เซ็นต์ ขั้วแกนกลางมีขนาดเล็กและไม่ต้องอาศัยกระแสไฟแรงดันสูงเพื่อจุดระเบิดเมื่อเปรียบเทียบกับหัวเทียนนิกเกิลและแพลตทินัม นอกจากนี้ ยังสามารถทำงานได้อย่างแม่นยำและต่อเนื่องในเครื่องยนต์เทอร์โบกำลังอัดสูง ซึ่งช่วยให้สามารถรีดเค้นสมรรถนะของเครื่องยนต์ได้อย่างเต็มที่ในทุกการขับขี่

หัวเทียนทั้ง 3 แบบ ถูกออกแบบมาเพื่อใช้งานกับเครื่องยนต์แต่ละประเภท ซึ่งผู้ใช้รถยนต์ควรจะต้องเข้าใจความแตกต่างและวัตถุประสงค์ของหัวเทียน เพื่อที่จะสามารถเลือกใช้ได้อย่างถูกต้องและคุ้มค่าที่สุด


หัวเทียนบอด มีอาการอย่างไร? แก้ไขอย่างไร?
หัวเทียนทำหน้าที่จุดระเบิดภายในห้องเผาไหม้โดยตรง หากเสื่อมสภาพลง (หัวเทียนบอด) การจุดระเบิดของเครื่องยนต์จะมีประสิทธิภาพลดลงอย่างมากและส่งผลเสียต่อเครื่องยนต์ในหลายด้าน โดยส่วนใหญ่ หัวเทียนบอดจะมีอาการดังต่อไปนี้

    • สตาร์ตติดยาก
    • เร่งเครื่องไม่ขึ้น
    • เครื่องยนต์สั่นผิดปกติเวลาเดินเบา
    • เครื่องยนต์เดินไม่เต็มสูบ
    • กินนำมันเชื้อเพลิงมากกว่าปกติ

อาการเหล่านี้อาจเกิดขึ้นได้จากหลายสาเหตุ จำเป็นต้องได้รับการตรวจสภาพอย่างละเอียดจากช่างผู้ชำนาญการ ซึ่งโดยปกติแล้วศูนย์บริการจะเปลี่ยนหัวเทียนให้รถยนต์ตามระยะอย่างน้อยทุก 1 แสนกิโลเมตร (ประกันรถยนต์ : 11 อะไหล่ที่ต้องเปลี่ยนเมื่อครบกำหนด คลิก ) หรืออาจทดลองถอดหัวเทียนออกมาตรวจเช็กดู ซึ่งหัวเทียนที่เสื่อมสภาพจะมีลักษณะเป็นคราบเขม่าดำ มีคราบน้ำมัน เขี้ยวสึกกร่อนเป็นลักษณะโค้งไม่มีเหลี่ยมคม


ในการเปลี่ยน ควรเปลี่ยนหัวเทียนพร้อมกันทีเดียวทุกหัว หรือหากเป็นรถใหม่ที่อยู่ในระยะเวลารับประกันควรแจ้งศูนย์บริการให้เปลี่ยนใหม่ทันที แต่หากพ้นการรับประกันไปแล้ว ก็สามารถเปลี่ยนได้เอง โดยตรวจสอบระยะทางหรือระยะเวลากำหนดที่ต้องเปลี่ยน รวมถึงเบอร์และชนิดของหัวเทียนให้ตรงตามคู่มือที่แนบมากับรถ ( เช็กราคาหัวเทียนรถยนต์ คลิก ) โดยเตรียมอุปกรณ์ดังต่อไปนี้


    • หัวเทียนชุดใหม่ ตามจำนวนสูบของเครื่องยนต์
    • ประแจบล็อกสำหรับถอดหัวเทียน หรือบางรุ่นอาจต้องใช้ข้ออ่อนในจุดที่เข้าถึงได้ยาก
    • ลมแรงดันสูง สำหรับใช้ทำความสะอาดสิ่งสกปรกโดยรอบ อาจใช้แบบกระป๋องหรือปั๊มลมก็ได้
    • ตัววัดความความห่างของเขี้ยวหัวเทียน
    • คีมปากจิ้งจก

 

ขั้นตอนการเปลี่ยนหัวเทียน
    1. เปิดฝากระโปรงหน้า ใช้ลมแรงดันสูงเป่าทำความสะอาดแล้วดึงปลั๊กหัวเทียนออกมา (รถแต่ละรุ่นมีวิธีการถอดที่ไม่เหมือนกัน บางรุ่นอาจต้องขันนอตยึดหัวปลั๊กออกมาก่อน ถึงจะดึงปลั๊กหัวเทียนออกมาได้ บางรุ่นถูกซ่อนหลบมุมไว้ ทำให้ต้องถอดอุปกรณ์หลายอย่าง เช่น แบตเตอรี่ ท่ออากาศ เป็นต้น)

    2. หลังจากนั้นใช้ลมแรงดันสูงเป่าอีกรอบ ก่อนใช้ประแจถอดหัวเทียนแล้วขันหัวเทียนอันเก่าออกมา (หากหัวเทียนไม่ติดขึ้นมาด้วย ให้ใช้คีมปากจิ้งจกหรือปลั๊กหัวเทียนดึงออกมา)

    3. นำหัวเทียนอันใหม่ใส่เข้าไปในช่องเดิม แล้วใช้ประแจถอดหัวเทียนขันให้ตึงมือพอประมาณ อย่าขันจนแน่นมากเกินไป เพราะอาจเกิดความเสียหายขึ้นได้

    4. นำปลั๊กหัวเทียนเสียบกลับเข้าไปที่เดิม (ขันนอตยึดหัวปลั๊กให้เรียบร้อย สำหรับรุ่นที่มีนอตยึด) จากนั้นทำตามเดิมจนครบทุกตัวตามจำนวนสูบเครื่องยนต์

 

การเลือกใช้หัวเทียนรถยนต์ มีความสำคัญที่จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการจุดระเบิดของรถ เพราะอาจมีความเสี่ยงต่อการหลอมละลาย บอด และชำรุดได้ง่าย หรืออาจเกิดคราบเขม่าที่บริเวณขั้วหัวเทียนได้ด้วย ผู้ขับขี่รถจึงควรให้ความใส่ใจตรวจเช็กสภาพรถยนต์อย่างสม่ำเสมอ หรือหากไม่มีความเชี่ยวชาญก็ควรนำรถเข้าศูนย์บริการเพื่อเช็กระยะตามกำหนดเช่นกัน

คุ้มครองความปลอดภัยให้รถคุณยิ่งขึ้น ด้วยประกันรถยนต์ประเภท 1 เบี้ยเริ่มต้น 11,600 บาท อัตราเบี้ยคงที่เท่ากันทุกปีคุ้มครองครอบคลุมทุกกรณี  ไม่ว่าจะรถชนรถ รถชนของ รถคันอื่นมาชน เกิดอุบัติเหตุนอกเมือง สูญหายไฟไหม้ น้ำท่วม พร้อมบริการช่วยเหลือฉุกเฉินทางรถยนต์ (Roadside Assistance Service) สนใจรายละเอียด คลิก http://www.smk.co.th/premotor